ตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ฉบับที่ 46/2567 ที่จะมีผลบังคับใช้ ในปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวินัยในการขับขี่บนท้องถนนและปรับปรุงสิทธิ์ความคุ้มครองให้กับผู้เอาประกันภัยรถยนต์ ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้เชื้อเพลิง (รถยนต์สันดาป) และจะเริ่มทยอยบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป
💡 3 สาระสำคัญส่งผลต่อผู้เอาประกันภัย
การปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่นี้ มีวัตถุประสงค์ในการดูแลสิทธิ์ของผู้ขับขี่ที่มีประวัติดี ซึ่งจะส่งผลถึงการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยอันเกิดจากความรับผิดชอบและวินัยในการขับขี่
1. การกำหนดให้ ‘ระบุชื่อ’ ผู้ขับขี่ เพื่อดูแลสิทธิ์ของผู้เอาประกันภัย
ตามเกณฑ์ใหม่ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ส่วนบุคคลทุกฉบับสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ ได้สูงสุดถึง 5 คน
โดยผู้ขับขี่ที่มีชื่อระบุอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัย หากเกิดอุบัติเหตุจะได้รับความคุ้มครองที่เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์
โดยไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess)
ขณะเกิดอุบัติเหตุ หากผู้ขับขี่ไม่มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามที่กำหนด ดังนี้
-
-
- 6,000 บาท ต่อครั้ง สำหรับค่าซ่อมรถยนต์คันเอาประกันภัย
- 2,000 บาท ต่อครั้ง สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี
-
**หลักเกณฑ์ใหม่ฯ ไม่ได้บังคับให้ต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ ผู้เอาประกันสามารถเลือกทำประกันภัยสามารถเลือกใช้สิทธิ์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่หรือไม่ระบุชื่อได้
2. กรณีระบุชื่อผู้ขับขี่ เพิ่มโอกาสในการ รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย รวมสูงสุดได้ถึง 80%
หลักเกณฑ์ใหม่ ถือเป็นการสนับสนุนให้ผู้ขับขี่มีความรับผิดชอบ มีพฤติกรรมการขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎจราจรขับรถด้วยความระมัดระวัง ส่งผลให้มีประวัติการขับขี่ที่ดี โดย เกณฑ์ใหม่จะ ส่งผลถึงการพิจารณาค่าเบี้ยประกันภัย ตามกลไก “ตามพฤติกรรมการขับขี่” (Level of Driving Behaviour – LDB)
-
-
- ผู้ขับขี่จะถูกจัดระดับความเสี่ยง (Level 1 ถึง Level 5) และได้รับส่วนลดค่าเบี้ยฯ สูงสุด 40% หากไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมจากกรณีเป็นฝ่ายผิด
- บริษัทประกันภัยจะพิจารณาคำนวณค่าเบี้ยประกันภัย จากข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ย้อนหลัง 12 เดือน จากประวัติการเคลมและจากประวัติข้อมูลการถูกตัดแต้มใบขับขี่ (เมื่อรัฐฯ ยืนยันให้มีการเปิดเผยข้อมูล)
- เมื่อผู้ขับขี่มีพฤติกรรมการขับขี่อยู่ในเกณฑ์ดี ผู้เอาประกันภัยมีโอกาสได้รับส่วนลดค่าเบี้ยฯ รวมสูงสุดได้ถึง 80%
-
“การขับขี่อย่างมีวินัยไม่เพียงแต่ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ยังได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยได้ในระยะยาว”
3. การระบุประเภทการ ซ่อมอู่ หรือ ซ่อมห้าง ให้ชัดเจนก่อนทำประกันภัย
เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยรับทราบสิทธิ์ในการซ่อม และขอบเขตความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยเกี่ยวกับการซ่อมให้มีความชัดเจนมากขึ้น หลักเกณฑ์ใหม่ จึงให้ผู้เอาประกันภัยระบุประเภทการซ่อมไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการ ซ่อมอู่ในเครือ หรือ ซ่อม (ห้าง) ศูนย์บริการ
🗓️ หลักเกณฑ์ใหม่นี้ จะเริ่มทยอยมีผลบังคับใช้ตามช่วงเวลา ดังนี้
| ประเภทกรมธรรม์ | วันที่เริ่มบังคับใช้ |
| รถยนต์ป้ายแดง (อายุไม่เกิน 1 ปี) | 1 มิถุนายน 2568 |
| รถยนต์ทุกประเภทที่ใช้ส่วนบุคคล | 1 มกราคม 2569 |
*สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุ จะยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ฉบับเดิม ไปจนกว่ากรมธรรม์ฯ เดิมจะสิ้นสุดความคุ้มครอง
หากท่านต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ตามเกณฑ์ใหม่นี้ กรุงไทยพานิชประกันภัย เรายินดีบริการให้คำแนะนำแก่ท่านตามสิทธิ์และประโยชน์สูงสุดที่ท่านผู้เอาประกันภัยพึงได้รับ
KPI Contact Center โทร. 0 2624 1111