รวมมุกแก๊งมิจฉาชีพ Call Center




ปีนี้ยังคงเป็นปีที่แก๊งมิจฉาชีพ Call Center ระบาดหนักอย่างต่อเนื่องสร้างความเสียหายจนบางรายสูญเงินไปเป็นล้านโดยปรับเปลี่ยนวิธีการหรือเรียกง่ายๆว่า “เปลี่ยนมุก” ไปเรื่อยๆ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนหลอกเราลองมาดูมุกยอดฮิตที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ มีวิธีไหนบ้าง

1️. ทวงหนี้นอกระบบ แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะสุ่มโทร. หาเหยื่อ แล้วอ้างว่า มีคนกู้เงินจำนวนเท่านั้น เท่านี้ (ส่วนใหญ่หลักพัน) โดยให้ชื่อเหยื่อกับเบอร์โทรศัพท์ไว้ หรืออ้างว่าญาติของเหยื่อไปกู้เงินมา แล้วให้ชื่อเหยื่อเป็นคนจ่ายหนี้แทน 2. พัสดุมียาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตีเนียนโทรหาเหยื่อ อ้างพัสดุที่ส่งไปต่างประเทศมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด จะต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งที่เหยื่อไม่เคยส่งอะไรไปเลย ซึ่งถ้าหากเหยื่อหลงกล ก็จะมีการหลอกให้โอนเงินหลักหมื่นหลักแสนมาให้เพื่อไปตรวจสอบ กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอกก็สายไปแล้ว


3️. หลอกว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน แสดงตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. อ้างว่าเหยื่อเกี่ยวพันกับคดีฟอกเงิน ให้โอนเงินเพื่อมาตรวจสอบ สุดท้ายถูกหลอก สูญเงินไป 4️. หลอกว่าเป็นบริษัทประกัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง มีการพูดคุยเรื่องรับสินไหม ต่อมาโอนสายให้คุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจ หลอกมีผู้นำบัญชีไปใช้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องอายัดบัญชีแต่ถ้าหากใช้เงิน ต้องโอนเงินกลับไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสุดท้ายถูกหลอก


5. แอบอ้างเป็นพนักงานลวงตัดไฟ แอบอ้างเป็นพนักงาน Call Center ของการไฟฟ้านครหลวง เพื่อหลอกลวงผู้ใช้ไฟฟ้าว่ามียอดค้างชำระให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อชำระค่าไฟฟ้าเป็นการเร่งด่วน มิเช่นนั้นจะถูกตัดไฟฟ้านั้น MEA ยืนยันว่าปัจจุบันไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าไฟฟ้าผ่านทาง Call Center แต่อย่างใด 6. โทรมาหลอกทวงค่าปรับ มีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรทวงค่าปรับใบสั่งจราจรที่ค้างชำระ โดยอ้างว่าเหยื่อกระทำผิดกฎหมายจราจร และให้ชำระค่าปรับด้วยการโอนเงินไปยังหมายเลขบัญชีที่กล่าวอ้าง


ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูลจาก : ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ #กรุงไทยพานิชประกันภัยห่วงใยคุณ #กรุงไทยพานิชประกันภัย #แก๊งคอลเซ็นเตอร์

กลับไปหน้ารวม




บทความแนะนำ




รวมมุกแก๊งมิจฉาชีพ Call Center


ปีนี้ยังคงเป็นปีที่แก๊งมิจฉาชีพ Call Center ระบาดหนักอย่างต่อเนื่องสร้างความเสียหายจนบางรายสูญเงินไปเป็นล้านโดยปรับเปลี่ยนวิธีการหรือเรียกง่ายๆว่า “เปลี่ยนมุก” ไปเรื่อยๆ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนหลอกเราลองมาดูมุกยอดฮิตที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ มีวิธีไหนบ้าง


1️. ทวงหนี้นอกระบบ แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะสุ่มโทร. หาเหยื่อ แล้วอ้างว่า มีคนกู้เงินจำนวนเท่านั้น เท่านี้ (ส่วนใหญ่หลักพัน) โดยให้ชื่อเหยื่อกับเบอร์โทรศัพท์ไว้ หรืออ้างว่าญาติของเหยื่อไปกู้เงินมา แล้วให้ชื่อเหยื่อเป็นคนจ่ายหนี้แทน 2. พัสดุมียาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตีเนียนโทรหาเหยื่อ อ้างพัสดุที่ส่งไปต่างประเทศมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด จะต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งที่เหยื่อไม่เคยส่งอะไรไปเลย ซึ่งถ้าหากเหยื่อหลงกล ก็จะมีการหลอกให้โอนเงินหลักหมื่นหลักแสนมาให้เพื่อไปตรวจสอบ กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอกก็สายไปแล้ว


3️. หลอกว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน แสดงตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. อ้างว่าเหยื่อเกี่ยวพันกับคดีฟอกเงิน ให้โอนเงินเพื่อมาตรวจสอบ สุดท้ายถูกหลอก สูญเงินไป 4️. หลอกว่าเป็นบริษัทประกัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง มีการพูดคุยเรื่องรับสินไหม ต่อมาโอนสายให้คุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจ หลอกมีผู้นำบัญชีไปใช้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องอายัดบัญชีแต่ถ้าหากใช้เงิน ต้องโอนเงินกลับไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสุดท้ายถูกหลอก


5. แอบอ้างเป็นพนักงานลวงตัดไฟ แอบอ้างเป็นพนักงาน Call Center ของการไฟฟ้านครหลวง เพื่อหลอกลวงผู้ใช้ไฟฟ้าว่ามียอดค้างชำระให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อชำระค่าไฟฟ้าเป็นการเร่งด่วน มิเช่นนั้นจะถูกตัดไฟฟ้านั้น MEA ยืนยันว่าปัจจุบันไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าไฟฟ้าผ่านทาง Call Center แต่อย่างใด 6. โทรมาหลอกทวงค่าปรับ มีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรทวงค่าปรับใบสั่งจราจรที่ค้างชำระ โดยอ้างว่าเหยื่อกระทำผิดกฎหมายจราจร และให้ชำระค่าปรับด้วยการโอนเงินไปยังหมายเลขบัญชีที่กล่าวอ้าง


ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูลจาก : ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ #กรุงไทยพานิชประกันภัยห่วงใยคุณ #กรุงไทยพานิชประกันภัย #แก๊งคอลเซ็นเตอร์

1K

บทความแนะนำ