ปวดคอบ่าไหล่ ไม่หายสักทีกันอยู่หรือเปล่า?




เรา Work from home กันมาสักระยะแล้ว และ มีทีท่าว่า เราอาจจะต้อง Work from home กันต่อไปอีกยาวๆ และ ตอนนี้ มีใครเริ่มมีอาการปวดคอบ่าไหล่ ร้าวมาถึงข้อศอก เวียนศีรษะ ปวดข้อมือ กันบ้างรึยังคะ? ถ้ามีแล้วละก็ให้สงสัยไว้ได้เลยว่าอาการ Office syndrome น่าจะถามหาแล้ว

ถ้ายังงงว่าการนั่งทำงานที่บ้านจะเป็น Office syndrome ได้ยังไง ในเมื่อน่าจะสบายกว่านั่งอยู่ท่าเดียวที่ออฟฟิศ คุณคิดผิดแล้ว! เพราะจริงๆแล้วโต๊ะและเก้าอี้ทำงานที่ออฟฟิศของคุณนั้นถูกออกแบบมาให้เหมาะกับท่านั่งทำงานหากปรับระดับให้เหมาะสมกับท่านั่ง แต่โต๊ะเก้าอี้ทานข้าวที่บ้าน หรือโต๊ะพับเล็กๆที่ตั้งบนพื้นมีระดับความสูงของโต๊ะไม่พอดีกับสรีสะและท่านั่ง ส่งผลให้เกิดภาวะเครียดของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ที่ต้องทำงานหนักมากขึ้นทำให้เกิดอาการปวดตามมา


แล้วถ้าตอนนี้เริ่มมีอาการปวดๆตามตำแหน่งที่บอกไว้ข้างต้นแล้ว อย่าตกใจรีบไปหาหมอเพราะการรักษาอาการ Office syndrome ในเบื้องต้น สามารถทำได้ด้วยต้นเอง ดังนี้


• เลือกเก้าอี้ที่มีเบาะที่นั่งสามารถรองรับการวางต้นขาได้เต็มที่ • ความสูงเก้าอี้จะต้องนั่งแล้วเข่างอทำมุม 90-110 องศา เท้าวางบนพื้นได้เต็มเท้า หากเท้าไม่ถึงพื้นสามารถหาที่พักเท้ามาวางช่วยได้ • มีที่พักแขนที่สูงระดับเดียวกับโต๊ะ • นั่งหลังชิดพนักพิง แล้วพิงเอนหลังเล็กน้อย • ปรับสภาพแวดล้อมโต๊ะทำงาน ให้คอมพิวเตอร์หรืองานอยู่ด้านหน้าของผู้ใช้ และปรับให้ระดับสายตาอยู่ตรงกับขอบบนจอคอมพิวเตอร์พอดี • เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยขึ้น ไม่นั่งอยู่ในท่าเดิมนานเกินชั่วโมง • ประคบอุ่น* ตรงบริเวณที่ปวด 10-15 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นผ่อนคลาย หากทำก่อนการบริหารยืดกล้ามเนื้อ จะทำให้บรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดียิ่งขึ้น • บริหารกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อได้ ซึ่งประสิทธิภาพจะดีต้องมีหลักท่าที่ยืดถูกต้อง, แรงดึงยืดเหมาะสม และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ดูท่าบริหารกล้ามเนื้อได้ ที่นี่


*การประคบอุ่นไม่สามาถทำในผู้ที่ผิวหนังบริเวณนั้นมีผื่น แผล คลำได้ก้อน หรือผิวหนังบริเวณนั้นชาไม่มีความรู้สึก

กลับไปหน้ารวม




บทความแนะนำ




ปวดคอบ่าไหล่ ไม่หายสักทีกันอยู่หรือเปล่า?


เรา Work from home กันมาสักระยะแล้ว และ มีทีท่าว่า เราอาจจะต้อง Work from home กันต่อไปอีกยาวๆ และ ตอนนี้ มีใครเริ่มมีอาการปวดคอบ่าไหล่ ร้าวมาถึงข้อศอก เวียนศีรษะ ปวดข้อมือ กันบ้างรึยังคะ? ถ้ามีแล้วละก็ให้สงสัยไว้ได้เลยว่าอาการ Office syndrome น่าจะถามหาแล้ว


ถ้ายังงงว่าการนั่งทำงานที่บ้านจะเป็น Office syndrome ได้ยังไง ในเมื่อน่าจะสบายกว่านั่งอยู่ท่าเดียวที่ออฟฟิศ คุณคิดผิดแล้ว! เพราะจริงๆแล้วโต๊ะและเก้าอี้ทำงานที่ออฟฟิศของคุณนั้นถูกออกแบบมาให้เหมาะกับท่านั่งทำงานหากปรับระดับให้เหมาะสมกับท่านั่ง แต่โต๊ะเก้าอี้ทานข้าวที่บ้าน หรือโต๊ะพับเล็กๆที่ตั้งบนพื้นมีระดับความสูงของโต๊ะไม่พอดีกับสรีสะและท่านั่ง ส่งผลให้เกิดภาวะเครียดของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ที่ต้องทำงานหนักมากขึ้นทำให้เกิดอาการปวดตามมา


แล้วถ้าตอนนี้เริ่มมีอาการปวดๆตามตำแหน่งที่บอกไว้ข้างต้นแล้ว อย่าตกใจรีบไปหาหมอเพราะการรักษาอาการ Office syndrome ในเบื้องต้น สามารถทำได้ด้วยต้นเอง ดังนี้


• เลือกเก้าอี้ที่มีเบาะที่นั่งสามารถรองรับการวางต้นขาได้เต็มที่ • ความสูงเก้าอี้จะต้องนั่งแล้วเข่างอทำมุม 90-110 องศา เท้าวางบนพื้นได้เต็มเท้า หากเท้าไม่ถึงพื้นสามารถหาที่พักเท้ามาวางช่วยได้ • มีที่พักแขนที่สูงระดับเดียวกับโต๊ะ • นั่งหลังชิดพนักพิง แล้วพิงเอนหลังเล็กน้อย • ปรับสภาพแวดล้อมโต๊ะทำงาน ให้คอมพิวเตอร์หรืองานอยู่ด้านหน้าของผู้ใช้ และปรับให้ระดับสายตาอยู่ตรงกับขอบบนจอคอมพิวเตอร์พอดี • เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยขึ้น ไม่นั่งอยู่ในท่าเดิมนานเกินชั่วโมง • ประคบอุ่น* ตรงบริเวณที่ปวด 10-15 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นผ่อนคลาย หากทำก่อนการบริหารยืดกล้ามเนื้อ จะทำให้บรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดียิ่งขึ้น • บริหารกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อได้ ซึ่งประสิทธิภาพจะดีต้องมีหลักท่าที่ยืดถูกต้อง, แรงดึงยืดเหมาะสม และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ดูท่าบริหารกล้ามเนื้อได้ ที่นี่


*การประคบอุ่นไม่สามาถทำในผู้ที่ผิวหนังบริเวณนั้นมีผื่น แผล คลำได้ก้อน หรือผิวหนังบริเวณนั้นชาไม่มีความรู้สึก

92

บทความแนะนำ