เตรียมตัวพาลูก ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ยังไงดีนะ?




หลายๆครอบครัวอาจะประสบปัญหาว่าอยาพาลูกน้อยไปเที่ยว i-Insure มีเคล็ดลับดีๆ ในการเตรียมตัวพาลูกน้อยขึ้นเครื่องไปเที่ยวด้วยกันอย่างราบรื่นค่ะ ไปดูกันเลย #1 การเตรียมตัวสำคัญที่สุด ตรวจสอบกฏของทางสายการบินเกี่ยวกับการนำทารกขึ้นเครื่องให้ดีค่ะ อายุขั้นต่ำของทารกที่สามารถพาขึ้นเครื่องได้คืออายุเท่าไหร่ โดยทั่วไปเด็กอายุไม่เกิน 2 ขวบสามารถนั่งบนตักพ่อแม่ได้ โดยทางสายการบินจะจัดการเรื่องเข็มขัดนิรภัยเสริมให้ค่ะ สายการบินบางแห่งอาจมีเปลสำหรับเด็กไว้บริการ ในกรณีที่เป็นการเดินทางนานหลายชั่วโมง เพื่อให้ทารกได้นอนหลับพักผ่อนค่ะ หากจำเป็นต้องใช้ คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมโทร.ไปจองกับทางสายการบินไว้ล่วงหน้านะคะ เพราะอาจมีไว้บริการในจำนวนที่จำกัด #2 มีสติในการจัดกระเป๋า ผ้าอ้อมและกระดาษทิชชู่เปียก สองสิ่งนี้จะต้องอยู่ใกล้มือ จึงควรจัดให้หยิบได้ง่าย สำหรับนมและอาหารของเบบี๋คุณพ่อคุณแม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้เลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมนำน้ำต้มสุกใส่ขวดนมเอาไว้ให้เรียบร้อยนะคะ ปกติแล้วเมื่ออยู่บนเครื่องเบบี๋จะดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะขึ้น เพราะความชื้นในอากาศมีน้อยและเบบี๋อาจต้องการดูดขวดนมเพื่อผ่อนคลายความเครียดค่ะ

#3 เลือกที่นั่งอย่างฉับไว ถ้าหากสามารถเลือกที่นั่งตั้งแต่ตอนจองตั๋วให้คุณพ่อคุณแม่รีบเลือกเลยค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องพยายามรีบเลือกเมื่อมีโอกาสนะคะ ที่นั่งริมทางเดินจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถลุกขึ้นมาดูแลเบบี๋ได้ โดยไม่ต้องรบกวนผู้โดยสารคนอื่น ส่วนที่นั่งที่ยืดขาได้และไม่มีเก้าอี้แถวด้านหน้าเป็นที่นั่งที่ครอบครัวที่เดินทางกับเด็กเล็กชอบมากๆ ค่ะ เพราะจะมีพื้นที่มากกว่าที่นั่งบริเวณอื่น และสามารถลุกขึ้นมาดูแลเบบี๋ได้โดยไม่รบกวนคนอื่นค่ะ #4 ขึ้นเครื่องทีหลังสุด บางสายการบินจะให้ครอบครัวที่เดินทางพร้อมทารกขึ้นเครื่องก่อน แต่หากเป็นไปได้คุณพ่อคุณแม่ควรขึ้นเครื่องทีหลังผู้โดยสารคนอื่นๆ นะคะ เพราะถ้าเข้าไปก่อน จะต้องรอผู้โดยสารคนอื่นอีกนานกว่าเครื่องจะขึ้นได้ เด็กเล็กๆ มักจะรู้สึกเบื่อและอยู่ไม่สุข หากต้องนั่งอยู่กับที่นานๆ ค่ะ #5 แต่งตัวพร้อมรับศึก เนื่องจากเราไม่สามารถคาดเดาอุณหภูมิที่จะเจอได้ เสื้อผ้าเบบี๋ควรเป็นชุดไม่หนามาก แต่ใส่หลายๆ ชั้นแทน หากร้อนก็จะได้ไม่อึดอัด ถ้าหากหนาวก็สามารถใส่ซ้อนเพิ่มขึ้นไปอีกได้ เสื้อผ้าของลูกควรเป็นชุดที่ใส่สบาย ลูกสามารถนอนหลับในชุดนั้นได้ อย่าลืมพกชุดสำรองของเบบี๋ไปด้วยนะคะ ถ้าเผื่อชุดที่ใส่อยู่เกิดเลอะเทอะจะได้มีชุดใหม่มาเปลี่ยนค่ะ


#6 ความบันเทิงขณะอยู่บนเครื่อง ถ้ามีลูกวัยเตาะแตะไปด้วย อย่าลืมพกของเล่นชิ้นโปรดไปด้วยสัก 1-2 ชิ้น ส่วนเบบี๋อาจมีของเล่นที่สามารถเอาเข้าปากได้ไปสัก 1-2 ชิ้นด้วยค่ะ สำหรับลูกวัยเตาะแตะ คุณพ่อคุณแม่อาจลงทุนเพิ่มสักนิด ด้วยการซื้อของเล่นชิ้นใหม่ให้ โดยห่อเป็นของขวัญให้สวยงาม เมื่อเจ้าหนูได้รับจะได้ตื่นเต้นและต้องใช้เวลาในการแกะเพิ่มขึ้น ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาทำสิ่งต่างๆ ได้เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ #7 พกยาที่จำเป็นไว้ใกล้ตัว เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าเบบี๋จะป่วยขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมพกยาที่จำเป็นไปด้วยนะคะ และควรเก็บไว้ใกล้ตัว จะได้หยิบมาใช้ได้ง่ายค่ะ #8 เป้อุ้มเด็กเป็นตัวช่วยสำคัญ การให้เบบี๋อยู่ในเป้อุ้มเด็กจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เดินทางสะดวกมากขึ้นหลายเท่า เพราะไม่ต้องคอยใช้แขนทั้งสองข้างอุ้มลูก นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถนำรถเข็นเด็กแบบพับได้ไปด้วยค่ะ โดยให้เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานเก็บไว้ก่อนขึ้นเครื่อง ทางสนามบินจะนำมาคืนเมื่อเครื่องลงจอดที่หมายปลายทางค่ะ อย่าลืมติดป้ายบอกรายละเอียดของการเดินทางไว้ที่รถเข็นให้เรียบร้อยนะคะ


# 9 ช่วยบรรเทาอาการเจ็บหูของลูก ช่วงที่เครื่องกำลังขึ้นและช่วงที่กำลังลงจอด ความดันในเครื่องบินจะเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทำให้เบบี๋เจ็บหูได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถบรรเทาอาการเจ็บหูด้วยการให้เบบี๋กินนมหรือดูดจุกนมค่ะ # 10 อาหารเบบี๋และการเปลี่ยนผ้าอ้อม คุณพ่อคุณแม่ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมบนโต๊ะสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมในห้องน้ำบนเครื่องเท่านั้นนะคะ เพราะหากเปลี่ยนบริเวณที่นั่งจะเป็นการรบกวนผู้โดยสารคนอื่นๆ สำหรับอาหารของเบบี๋ บางสายการบินจะมีไว้บริการ หากผู้ปกครองได้ทำการแจ้งไว้ล่วงหน้า กรณีที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ทางสายการบินอุ่นนมหรืออาหารเบบี๋ให้ระหว่างอยู่บนเครื่อง ควรตรวจสอบกับทางสายการบินล่วงหน้านะคะ ว่ามีบริการให้หรือเปล่า ถ้าคุณแม่ยังให้นมลูกเองอยู่ คุณแม่ก็ให้นมลูกขณะเปิดดูภาพยนตร์สนุกๆ จากจอด้านหน้าได้เลย # 11 ทำให้เบบี๋มีความสุข คุณพ่อคุณแม่พยายามอย่าเครียดหรือวิตกกังวลเกินไปค่ะ เพราะลูกจะสามารถรับความรู้สึกได้ ทางที่ดีพยายามผ่อนคลาย เสียงเครื่องยนต์ที่ดังมักจะช่วยให้เบบี๋หลับสบาย แต่หากเบบี๋ไม่ยอมนอน ก็มีสิ่งแปลกใหม่บนเครื่องบินให้ลูกดูแก้เบื่อได้ตลอดการเดินทาง ถ้าเจ้าหนูเกิดคึกมากเกินไป คุณพ่อคุณแม่สามารถพาเดินวนรอบๆ ทางเดินบนเครื่องได้ค่ะ ทั้งนี้ต้องคอยดูสัญญาณเตือนให้กลับไปนั่งที่ และต้องแน่ใจว่าไม่เกะกะกีดขวางการทำงานของพนักงานบนเครื่องและผู้โดยสารคนอื่นๆ ค่ะ

กลับไปหน้ารวม

ประกันภัยน่าสนใจ

ซื้อประกันเดินทาง i-Insure คลิก




บทความแนะนำ




เตรียมตัวพาลูก ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ยังไงดีนะ?


หลายๆครอบครัวอาจะประสบปัญหาว่าอยาพาลูกน้อยไปเที่ยว i-Insure มีเคล็ดลับดีๆ ในการเตรียมตัวพาลูกน้อยขึ้นเครื่องไปเที่ยวด้วยกันอย่างราบรื่นค่ะ ไปดูกันเลย #1 การเตรียมตัวสำคัญที่สุด ตรวจสอบกฏของทางสายการบินเกี่ยวกับการนำทารกขึ้นเครื่องให้ดีค่ะ อายุขั้นต่ำของทารกที่สามารถพาขึ้นเครื่องได้คืออายุเท่าไหร่ โดยทั่วไปเด็กอายุไม่เกิน 2 ขวบสามารถนั่งบนตักพ่อแม่ได้ โดยทางสายการบินจะจัดการเรื่องเข็มขัดนิรภัยเสริมให้ค่ะ สายการบินบางแห่งอาจมีเปลสำหรับเด็กไว้บริการ ในกรณีที่เป็นการเดินทางนานหลายชั่วโมง เพื่อให้ทารกได้นอนหลับพักผ่อนค่ะ หากจำเป็นต้องใช้ คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมโทร.ไปจองกับทางสายการบินไว้ล่วงหน้านะคะ เพราะอาจมีไว้บริการในจำนวนที่จำกัด #2 มีสติในการจัดกระเป๋า ผ้าอ้อมและกระดาษทิชชู่เปียก สองสิ่งนี้จะต้องอยู่ใกล้มือ จึงควรจัดให้หยิบได้ง่าย สำหรับนมและอาหารของเบบี๋คุณพ่อคุณแม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้เลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมนำน้ำต้มสุกใส่ขวดนมเอาไว้ให้เรียบร้อยนะคะ ปกติแล้วเมื่ออยู่บนเครื่องเบบี๋จะดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะขึ้น เพราะความชื้นในอากาศมีน้อยและเบบี๋อาจต้องการดูดขวดนมเพื่อผ่อนคลายความเครียดค่ะ


#3 เลือกที่นั่งอย่างฉับไว ถ้าหากสามารถเลือกที่นั่งตั้งแต่ตอนจองตั๋วให้คุณพ่อคุณแม่รีบเลือกเลยค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องพยายามรีบเลือกเมื่อมีโอกาสนะคะ ที่นั่งริมทางเดินจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถลุกขึ้นมาดูแลเบบี๋ได้ โดยไม่ต้องรบกวนผู้โดยสารคนอื่น ส่วนที่นั่งที่ยืดขาได้และไม่มีเก้าอี้แถวด้านหน้าเป็นที่นั่งที่ครอบครัวที่เดินทางกับเด็กเล็กชอบมากๆ ค่ะ เพราะจะมีพื้นที่มากกว่าที่นั่งบริเวณอื่น และสามารถลุกขึ้นมาดูแลเบบี๋ได้โดยไม่รบกวนคนอื่นค่ะ #4 ขึ้นเครื่องทีหลังสุด บางสายการบินจะให้ครอบครัวที่เดินทางพร้อมทารกขึ้นเครื่องก่อน แต่หากเป็นไปได้คุณพ่อคุณแม่ควรขึ้นเครื่องทีหลังผู้โดยสารคนอื่นๆ นะคะ เพราะถ้าเข้าไปก่อน จะต้องรอผู้โดยสารคนอื่นอีกนานกว่าเครื่องจะขึ้นได้ เด็กเล็กๆ มักจะรู้สึกเบื่อและอยู่ไม่สุข หากต้องนั่งอยู่กับที่นานๆ ค่ะ #5 แต่งตัวพร้อมรับศึก เนื่องจากเราไม่สามารถคาดเดาอุณหภูมิที่จะเจอได้ เสื้อผ้าเบบี๋ควรเป็นชุดไม่หนามาก แต่ใส่หลายๆ ชั้นแทน หากร้อนก็จะได้ไม่อึดอัด ถ้าหากหนาวก็สามารถใส่ซ้อนเพิ่มขึ้นไปอีกได้ เสื้อผ้าของลูกควรเป็นชุดที่ใส่สบาย ลูกสามารถนอนหลับในชุดนั้นได้ อย่าลืมพกชุดสำรองของเบบี๋ไปด้วยนะคะ ถ้าเผื่อชุดที่ใส่อยู่เกิดเลอะเทอะจะได้มีชุดใหม่มาเปลี่ยนค่ะ


#6 ความบันเทิงขณะอยู่บนเครื่อง ถ้ามีลูกวัยเตาะแตะไปด้วย อย่าลืมพกของเล่นชิ้นโปรดไปด้วยสัก 1-2 ชิ้น ส่วนเบบี๋อาจมีของเล่นที่สามารถเอาเข้าปากได้ไปสัก 1-2 ชิ้นด้วยค่ะ สำหรับลูกวัยเตาะแตะ คุณพ่อคุณแม่อาจลงทุนเพิ่มสักนิด ด้วยการซื้อของเล่นชิ้นใหม่ให้ โดยห่อเป็นของขวัญให้สวยงาม เมื่อเจ้าหนูได้รับจะได้ตื่นเต้นและต้องใช้เวลาในการแกะเพิ่มขึ้น ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาทำสิ่งต่างๆ ได้เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ #7 พกยาที่จำเป็นไว้ใกล้ตัว เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าเบบี๋จะป่วยขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมพกยาที่จำเป็นไปด้วยนะคะ และควรเก็บไว้ใกล้ตัว จะได้หยิบมาใช้ได้ง่ายค่ะ #8 เป้อุ้มเด็กเป็นตัวช่วยสำคัญ การให้เบบี๋อยู่ในเป้อุ้มเด็กจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เดินทางสะดวกมากขึ้นหลายเท่า เพราะไม่ต้องคอยใช้แขนทั้งสองข้างอุ้มลูก นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถนำรถเข็นเด็กแบบพับได้ไปด้วยค่ะ โดยให้เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานเก็บไว้ก่อนขึ้นเครื่อง ทางสนามบินจะนำมาคืนเมื่อเครื่องลงจอดที่หมายปลายทางค่ะ อย่าลืมติดป้ายบอกรายละเอียดของการเดินทางไว้ที่รถเข็นให้เรียบร้อยนะคะ


# 9 ช่วยบรรเทาอาการเจ็บหูของลูก ช่วงที่เครื่องกำลังขึ้นและช่วงที่กำลังลงจอด ความดันในเครื่องบินจะเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทำให้เบบี๋เจ็บหูได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถบรรเทาอาการเจ็บหูด้วยการให้เบบี๋กินนมหรือดูดจุกนมค่ะ # 10 อาหารเบบี๋และการเปลี่ยนผ้าอ้อม คุณพ่อคุณแม่ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมบนโต๊ะสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมในห้องน้ำบนเครื่องเท่านั้นนะคะ เพราะหากเปลี่ยนบริเวณที่นั่งจะเป็นการรบกวนผู้โดยสารคนอื่นๆ สำหรับอาหารของเบบี๋ บางสายการบินจะมีไว้บริการ หากผู้ปกครองได้ทำการแจ้งไว้ล่วงหน้า กรณีที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ทางสายการบินอุ่นนมหรืออาหารเบบี๋ให้ระหว่างอยู่บนเครื่อง ควรตรวจสอบกับทางสายการบินล่วงหน้านะคะ ว่ามีบริการให้หรือเปล่า ถ้าคุณแม่ยังให้นมลูกเองอยู่ คุณแม่ก็ให้นมลูกขณะเปิดดูภาพยนตร์สนุกๆ จากจอด้านหน้าได้เลย # 11 ทำให้เบบี๋มีความสุข คุณพ่อคุณแม่พยายามอย่าเครียดหรือวิตกกังวลเกินไปค่ะ เพราะลูกจะสามารถรับความรู้สึกได้ ทางที่ดีพยายามผ่อนคลาย เสียงเครื่องยนต์ที่ดังมักจะช่วยให้เบบี๋หลับสบาย แต่หากเบบี๋ไม่ยอมนอน ก็มีสิ่งแปลกใหม่บนเครื่องบินให้ลูกดูแก้เบื่อได้ตลอดการเดินทาง ถ้าเจ้าหนูเกิดคึกมากเกินไป คุณพ่อคุณแม่สามารถพาเดินวนรอบๆ ทางเดินบนเครื่องได้ค่ะ ทั้งนี้ต้องคอยดูสัญญาณเตือนให้กลับไปนั่งที่ และต้องแน่ใจว่าไม่เกะกะกีดขวางการทำงานของพนักงานบนเครื่องและผู้โดยสารคนอื่นๆ ค่ะ

99

บทความแนะนำ