สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “คุมาโมโตะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!




จังหวัดคุมาโมโตะ อยู่บนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่มีมาสคอตประจำจังหวัดที่หลายๆคนรู้จักเป็นอย่างดี นั้นก็คือเจ้าหมีคุมะมงนั้นเอง..นอกจากมาสคอตจะเป็นที่นิยมมากๆแล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายที่คุณอาจจะยังไม่รู้ ตามมาดู 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “คุมาโมโตะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!กันเลยค่า….. 1.ปราสาทคุมาโมโตะ (เมืองคุมาโมโตะ) เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดคุมาโมโตะถ้าใครไม่มาที่ปราสาทนี้ถือว่ามาไม่ถึงคุมาโตะนะคะ โดยมีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 400 ปี!! ชั้นบนสุดจะเป็นที่ชมวิวสามารถมองเห็นจังหวัดคุมาโต้ได้ทั้งเมือง นอกจากนั้นยังมีเหล่าซามูไรที่คอยต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าสามารถไปขอถ่ายรูปด้วยได้จะได้กลิ่นอายแบบสมัยเอโดะเลยทีเดียว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็เป็นแหล่งดูซากุระที่นิยมมากๆ เพราะรอบๆปราสาทปลูกต้นซากุระตลอดแนวกำแพงริมน้ำและบริเวณสวนด้านนอก มีต้นซากุระถึง 800 ต้นเรียกได้มาว่าที่นี่ได้ทั้งชมวิวเมือง ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และยังได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามของญี่ปุ่น!!



2. Sakuranobaba-Johsaien (เมืองคุมาโมโตะ) จากปราสาทคุมาโมโตะเดิน 5 นาทีค่ะ หลังจากเที่ยวที่ปราสาทเสร็จแล้วสามารถเดินมาเที่ยวนี่ต่อได้สบายๆเลย ที่นี่เป็นแหล่งขายของฝากของที่ระลึกที่ออกแนวย้อนยุคสมัยเอโดะ นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์วาคุวาคุซะ (Historical Culture Experience Facility) ให้เข้าชมและสามารถใส่ชุดกิโมโนเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ให้เข้ากับบรรยากาศได้ด้วย นอกจากมีร้านค้าแล้วก็ยังมีร้านอาหารให้ได้เลือกชิมอยู่มากมาย ใครที่ได้มาที่นี่ต้องรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปช้อปปิ้งในสมัยเอโดะ 3. บ้านของ Natsume Soseki (เมืองคุมาโมโตะ) เป็นบ้านของ Natsume Soseki นักเขียนผู้ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น การเขียนหนังสือมีทั้งกลิ่นอายของญี่ปุ่นเก่าและใหม่ปนกัน เป็นการเข้าสู่ยุคใหม่ของวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น และเขาคือคนที่คุณเห็นภาพอยู่บนธนบัตร(1,000เยน) ของญี่ปุ่น!



4. Suizenji Jojuen (เมืองคุมาโมโตะ) สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1636 ที่ใช้เวลาสร้างถึง 80 ปี เป็นแหล่งประวัติศาสตร์อีกแห่งของคุมาโมโตะ การจัดสวนเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบโมโมยะมะ โดยน้ำในบ่อเป็นน้ำที่มาจากภูเขาไฟอะโสะน้ำใสจนสามารถมองเห็นปลาคราฟ์และเป็ดที่ว่ายอยู่ในน้ำนอกจากนั้นยังมีภูเขาไฟฟูจิจำลองให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย 5. Unganzenji (เมืองคุมาโมโตะ) เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยยุคนันโบคุโจมีหินสลักเป็นรูปพระอรหันต์จำนวนถึง 500 ก้อน เชื่อว่าเมื่อ 200 ปีก่อนรูปสลักเหล่านี้ถูกขุดขึ้นมา มาลองมองหารูปปั้นที่หน้าคล้ายๆตัวเองดูสินอกจากนี้โดยความลึกและเงียบสงบจึงเป็นที่ฝึกสมาธิของ Miyamoto Musashi นักดาบในประวัติศาสตร์ที่เขียนไว้ในหนังสือคำภัร์ห้าห่วงนั้นเอง



6. Kikuchi Keikoku หรือ Kikuchi Gorge เป็นธารน้ำใต้ดินที่ผุดมาจากภูเขาไฟอะโสะเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองคุมาโมโต้ ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่จะสวยมากๆเพราะใบไม้สีแดงจะร่วมมาปกคลุมน้ำที่ลำธารแห่งนี้เรียกได้ว่ามาพักกายพักใจเติมพลังงานให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี และพลาดไม่ได้กับเมนูเด็ดคือปลาเทราท์ย่างเกลือ 7. สวนสนุกกรีนแลนด์ เมืองอะระโอะ ใน 1 ปี มีผู้ที่มาสวนสนุกแห่งนี้ถึง 3 ล้านคน มีรถไฟเหาะตีลังกาที่ใหญ่ที่สุดในคิวชู คือ Nio มีสวนน้ำ และยังมีเครื่องเล่นอื่นๆอีกมากมาย มีโรงแรมและสนามกอล์ฟอีกด้วย ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวในคุมาโมโตะแบบชิลๆ 1 วัน 8. Mt.Daikanbo (เมืองอะโสะ) จุดชมวิวของ Mt.Daikanbo คุณจะสามารถเห็นวิวเมืองอะโสะได้ทั้งเมืองและยังเห็น 5 ยอดเขาอีกด้วย (Nekodake, Takadake, Nakadake, Eboshidake, และ Kishimadake) ความสูงของจุดชมวิวอยู่ที่ 936 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที ในช่วงเช้าของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาวนั้นสามารถเห็นทะเลหมอกได้อีกด้วย Cr.Skyscanner


กลับไปหน้ารวม

ประกันภัยน่าสนใจ

ประกันภัยเดินทางสะสมไมล์ เดินทางต่างประเทศ

โปรแรงสุด รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ได้ทั้งไมล์สะสม และ Starbucks e-Coupon สูงสุด 500 บาท




บทความแนะนำ




สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “คุมาโมโตะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!



จังหวัดคุมาโมโตะ อยู่บนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่มีมาสคอตประจำจังหวัดที่หลายๆคนรู้จักเป็นอย่างดี นั้นก็คือเจ้าหมีคุมะมงนั้นเอง..นอกจากมาสคอตจะเป็นที่นิยมมากๆแล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายที่คุณอาจจะยังไม่รู้ ตามมาดู 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “คุมาโมโตะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!กันเลยค่า….. 1.ปราสาทคุมาโมโตะ (เมืองคุมาโมโตะ) เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดคุมาโมโตะถ้าใครไม่มาที่ปราสาทนี้ถือว่ามาไม่ถึงคุมาโตะนะคะ โดยมีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 400 ปี!! ชั้นบนสุดจะเป็นที่ชมวิวสามารถมองเห็นจังหวัดคุมาโต้ได้ทั้งเมือง นอกจากนั้นยังมีเหล่าซามูไรที่คอยต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าสามารถไปขอถ่ายรูปด้วยได้จะได้กลิ่นอายแบบสมัยเอโดะเลยทีเดียว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็เป็นแหล่งดูซากุระที่นิยมมากๆ เพราะรอบๆปราสาทปลูกต้นซากุระตลอดแนวกำแพงริมน้ำและบริเวณสวนด้านนอก มีต้นซากุระถึง 800 ต้นเรียกได้มาว่าที่นี่ได้ทั้งชมวิวเมือง ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และยังได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามของญี่ปุ่น!!



2. Sakuranobaba-Johsaien (เมืองคุมาโมโตะ) จากปราสาทคุมาโมโตะเดิน 5 นาทีค่ะ หลังจากเที่ยวที่ปราสาทเสร็จแล้วสามารถเดินมาเที่ยวนี่ต่อได้สบายๆเลย ที่นี่เป็นแหล่งขายของฝากของที่ระลึกที่ออกแนวย้อนยุคสมัยเอโดะ นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์วาคุวาคุซะ (Historical Culture Experience Facility) ให้เข้าชมและสามารถใส่ชุดกิโมโนเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ให้เข้ากับบรรยากาศได้ด้วย นอกจากมีร้านค้าแล้วก็ยังมีร้านอาหารให้ได้เลือกชิมอยู่มากมาย ใครที่ได้มาที่นี่ต้องรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปช้อปปิ้งในสมัยเอโดะ 3. บ้านของ Natsume Soseki (เมืองคุมาโมโตะ) เป็นบ้านของ Natsume Soseki นักเขียนผู้ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น การเขียนหนังสือมีทั้งกลิ่นอายของญี่ปุ่นเก่าและใหม่ปนกัน เป็นการเข้าสู่ยุคใหม่ของวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น และเขาคือคนที่คุณเห็นภาพอยู่บนธนบัตร(1,000เยน) ของญี่ปุ่น!



4. Suizenji Jojuen (เมืองคุมาโมโตะ) สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1636 ที่ใช้เวลาสร้างถึง 80 ปี เป็นแหล่งประวัติศาสตร์อีกแห่งของคุมาโมโตะ การจัดสวนเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบโมโมยะมะ โดยน้ำในบ่อเป็นน้ำที่มาจากภูเขาไฟอะโสะน้ำใสจนสามารถมองเห็นปลาคราฟ์และเป็ดที่ว่ายอยู่ในน้ำนอกจากนั้นยังมีภูเขาไฟฟูจิจำลองให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย 5. Unganzenji (เมืองคุมาโมโตะ) เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยยุคนันโบคุโจมีหินสลักเป็นรูปพระอรหันต์จำนวนถึง 500 ก้อน เชื่อว่าเมื่อ 200 ปีก่อนรูปสลักเหล่านี้ถูกขุดขึ้นมา มาลองมองหารูปปั้นที่หน้าคล้ายๆตัวเองดูสินอกจากนี้โดยความลึกและเงียบสงบจึงเป็นที่ฝึกสมาธิของ Miyamoto Musashi นักดาบในประวัติศาสตร์ที่เขียนไว้ในหนังสือคำภัร์ห้าห่วงนั้นเอง



6. Kikuchi Keikoku หรือ Kikuchi Gorge เป็นธารน้ำใต้ดินที่ผุดมาจากภูเขาไฟอะโสะเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองคุมาโมโต้ ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่จะสวยมากๆเพราะใบไม้สีแดงจะร่วมมาปกคลุมน้ำที่ลำธารแห่งนี้เรียกได้ว่ามาพักกายพักใจเติมพลังงานให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี และพลาดไม่ได้กับเมนูเด็ดคือปลาเทราท์ย่างเกลือ 7. สวนสนุกกรีนแลนด์ เมืองอะระโอะ ใน 1 ปี มีผู้ที่มาสวนสนุกแห่งนี้ถึง 3 ล้านคน มีรถไฟเหาะตีลังกาที่ใหญ่ที่สุดในคิวชู คือ Nio มีสวนน้ำ และยังมีเครื่องเล่นอื่นๆอีกมากมาย มีโรงแรมและสนามกอล์ฟอีกด้วย ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวในคุมาโมโตะแบบชิลๆ 1 วัน 8. Mt.Daikanbo (เมืองอะโสะ) จุดชมวิวของ Mt.Daikanbo คุณจะสามารถเห็นวิวเมืองอะโสะได้ทั้งเมืองและยังเห็น 5 ยอดเขาอีกด้วย (Nekodake, Takadake, Nakadake, Eboshidake, และ Kishimadake) ความสูงของจุดชมวิวอยู่ที่ 936 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที ในช่วงเช้าของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาวนั้นสามารถเห็นทะเลหมอกได้อีกด้วย Cr.Skyscanner


45

บทความแนะนำ